2007/Jun/02

ภาษาปาก (Vulgar Language)

ภาษาปาก (Vulgar Language) คือ ภาษาสแลง หรือภาษาที่ใช้ในหมู่คนที่สนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี การใช้ภาษาอาจไม่คำนึงถึงความถูกต้องทางไวยากรณ์ มักใช้ในการพูดสื่อสารมากว่าภาษาเขียน แต่อาจพบได้มากในข้อเขียนประเภทข่าวในหนังสือพิมพ์รายวัน บทความวิจารณ์ในหนังสือพิมพ์รายวันและนิตยสารบ้าง

คำเฉพาะกลุ่มและคำเฉพาะวงการ

คำเฉพาะกลุ่ม หมายถึง คำที่ใช้ในกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มผู้สูงอายุ หรือภาษาถิ่นต่างๆ เช่น ภาษาไทยถิ่นใต้ ภาษาส่วย ภาษาไทพวน ภาษายะกูร ฯลฯ ส่วนคำในวงการ หมายถึง คำที่ใช้พูดหรือสื่อสารเป็นที่เข้าใจเฉพาะวงการนั้น ๆ หรือในกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพเดียวกัน คำเหล่านี้อาจจะเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศ คำที่สร้างขึ้นใหม่หรืออาจจะสร้างสำนวนใหม่ ๆ ขึ้นใช้ก็ได้ ในกรณีที่มีการกำหนดศัพท์ใช้ในวงการนั้นอย่างเป็นทางการ เรียกว่า ศัพท์เทคนิค

หลักการใช้คำเฉพาะกลุ่ม

1. ควรทำความเข้าใจความหมายของคำนั้น ๆ ให้ชัดเจน เพราะคำ ๆ หนึ่งอาจมีความหมายแตกต่างไป เมื่อปรากฏใช้ในต่างกลุ่มชน เช่น คำว่า รักษา ในภาษาไทยมาตรฐานหมายถึง เยียวยารักษา ดูแลอาการไข้ หรือเจ็บป่วยให้หายเป็นปกติ แต่ในภาษาไทยถิ่นใต้ หมายถึง เลี้ยง เช่น รักษาเป็ด รักษาไก่ รักษาหมู หมายถึง เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เป็นต้น การศึกษาความหมายให้ถ่องแท้ จะทำให้การสื่อสารนั้นไม่ผิดพลาด สับสน ประสบผลสัมฤทธิ์ในที่สุด

2. ภาษาเฉพาะกลุ่มที่เรียกว่า คำคะนอง หรือ สแลง เป็นคำที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่นานก็เสื่อมความนิยมและเลิกใช้ไปในที่สุด การใช้คำกลุ่มนี้ต้องเข้าใจว่าใช้เพื่อทำให้เกิดความหมายเชิงอารมณ์ ทำให้ภาษามีสีสัน มากกว่าเพื่อสื่อความหมายที่ชัดเจน เนื่องจากคำคะนองนั้น บางครั้งก็ไม่สามารถบอกความหมายที่แท้จริงได้ เพราะใช้ตามกันมาในสถานการณ์ที่กลุ่มกำหนดขึ้น จนกลายเป็นภาษาของกลุ่มตน เช่นโก๊ะกัง เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง ไม่ดี ต่ำ น่าตลก ขบขัน ขยายได้ทั้งคำนาม และคำกริยาได้ทุกคำ ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น หล่อนอย่าทำตัวโก๊ะกังได้ไหม เป็นต้นกิ๊ก เป็นคำนาม หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ถึงขั้นการเป็นคู่รักเด็กแนว เป็นคำนาม หมายถึง เด็กรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า

หลักการใช้คำเฉพาะวงการ

1. คำเฉพาะวงการเป็นศัพท์พิเศษที่คนนอกวงการอาจจะไม่เข้าใจ ในกรณีที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับวงการต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องศึกษาวงคำศัพท์ในวงการต่าง ๆ ให้ถ่องแท้ เพื่อที่การสื่อสารนั้นจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่นแขวนนวม เป็นศัพท์ที่พบในวงการกีฬา ใช้กับนักมวยที่เลิกอาชีพต่อยมวย แขวนไมค์ เป็นศัพท์ที่พบในวงการบันเทิง หมายถึง นักร้องที่เลิกร้องเพลง

2. ศัพท์เฉพาะวงการคำบางคำมีความหมายโดยนัย การรู้ความหมายตรงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ จึงจำต้องทราบว่าคำ ๆ นั้นมีความหมายไปในเชิงบวก หรือเชิงลบ เพื่อจะได้เลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม เช่น แรงซื้อ เป็นศัพท์ในวงการหุ้น หมายถึง มีปริมาณการซื้อขายมาก เช่นเดียวกับคำว่าติดเพดาน ทั้งสองคำนี้มีความหมายในเชิงบวก แต่เราจะไม่ใช้คำว่า ปั่นหุ้น อย่างเด็ดขาด แม้ว่าจะหมายถึง มีปริมาณการซื้อขายมากเช่นเดียวกัน เนื่องจากมีความหมายในเชิงลบ เพราะการปั่นหุ้น คือ การทำให้หุ้นตัวใดตัวหนึ่งมีปริมาณการซื้อขายมากขึ้น หรือลดลงผิดปกติเพื่อหวังเก็งผลกำไรในภายหลัง

คำสแลงหรือภาษาสแลง

คำสแลง เป็นถ้อยคำ หรือสำนวน ที่ใช้เข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม หรือชั่วระยะเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ภาษาที่ยอมรับกันว่าถูกต้องตามหลักภาษา

คำสแลงสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทคือ

1. คำสแลงแท้

2. คำสแลงไม่แท้

คำสแลงแท้นั้นมีรูปที่ให้ความหมายเชิงสแลงได้โดยไม่ต้องพึ่งปริบท และสามารถจำแนกประเภทตามที่มาได้เป็น 6 ประเภท คือ

1. คำเปลี่ยนเสียงหรืออักขรวิธี

2. คำผวน

3. คำยืม

4. คำกำหนดให้มีเสียงเลียนธรรมชาติ

5. คำกำหนดให้สื่อความหมายด้วยเสียง

6. คำประสมขึ้นใหม่

คำสแลงไม่แท้นั้น เกิดจากการนำคำที่ใช้กันอยู่ในภาษาปกติมาใช้ในปริบทแล้วเกิดความหมายใหม่เป็นความหมายเชิงสแลง <